TH  |   EN

News & Event
ในขณะที่เรากำลังเผชิญกับวิกฤตโรคระบาด โควิด-19 ทำให้หลายคนหันมาหาวิธีป้องกันตัวเองด้วยการเลือกใช้สมุนไพร ซึ่งเราทราบกันดีอยู่แล้วคือ ฟ้าทะลายโจร และกระชายขาว การใช้ยาสมุนไพรในการรักษา
ห้องคลีนรูม หรือห้องปลอดเชื้อ เป็นห้องที่มีใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่โรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการ โรงงานอุตสาหกรรม ทั้งในกลุ่มอาหาร และยา หรือแม้กระทั่งกลุ่มงานอิเล็คโทรนิค หรืออุปกรณ์ภายในเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ก็ต้องใช้ห้องคลีนรูมสำหรับการควบคุมปริมาณสิ่งปนเปื้อนต่างๆเช่นกัน
  คำว่า “Bioburden” แปลว่า เชื้อที่มีอยู่ หรือ ปริมาณจุลินทรีย์ที่มีอยู่ ดังนั้นการทำ Bioburden testing จึงหมายถึง “การตรวจหาจำนวนจุลินทรีย์ที่มีชีวิตทั้งหมด ที่มีบน/ใน อุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ทางอาหารและยาตลอดกระบวนการผลิตที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อมาก่อน” ซึ่งโดยส่วนใหญ่ งานควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ (QC) มักจะทำการตรวจหาจำนวนจุลินทรีย์ใน Raw material น้ำก่อนเข้ากระบวนการผลิต ตัวอย่างในกระบวนการผลิต (In-process samples) รวมไปถึง Final product ภายหลังกระบวนการผลิตแล้ว
การทำ Bioburden testing สำคัญอย่างไร

หลายๆคนอาจจะกำลังสงสัยว่า การทำ Bioburden testing คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร วันนี้มาหาคำตอบไปด้วยกัน

            คำว่า “Bioburden” แปลว่า เชื้อที่มีอยู่ หรือ ปริมาณจุลินทรีย์ที่มีอยู่  ดังนั้นการทำ Bioburden testing จึงหมายถึง   “การตรวจหาจำนวนจุลินทรีย์ที่มีชีวิตทั้งหมด ที่มีบน/ใน อุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ทางอาหารและยาตลอดกระบวนการผลิตที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อมาก่อน” ซึ่งโดยส่วนใหญ่ งานควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ (QC) มักจะทำการตรวจหาจำนวนจุลินทรีย์ใน         Raw material น้ำก่อนเข้ากระบวนการผลิต ตัวอย่างในกระบวนการผลิต (In-process samples) รวมไปถึง Final product ภายหลังกระบวนการผลิตแล้ว

โดยเทคนิคที่ใช้ในการทำ Bioburden testing มีหลายเทคนิค ได้แก่ 1.) Most Probable Number (MNP) 2.) Spread plates 3.) Pour plates และ 4.) Membrane filtration ดังที่แสดงในรูปที่ 1 และ 2 แต่ถ้าหากมองในแง่ของความสะดวกรวดเร็วของการอ่านผล Human error และการปนเปื้อนของตัวอย่างที่ลดลง เทคนิค Membrane filtration จะตอบโจทย์ลูกค้าที่ความต้องการข้างต้นมากกว่า นอกเหนือจากนี้ ยังมี Sensitivity ของการตรวจวัดที่สูงกว่าอีกด้วย เนื่องจากแผ่นกรอง (membrane) จะทำการดักจับจุลินทรีย์ที่ต้องการตรวจวัด โดยผู้ทดลองต้องเลือกขนาดรูพรุนและชนิดของแผ่นกรองให้เหมาะสมกับงานวิจัย

รูปที่ 1 แสดงการตรวจหาจำนวนจุลินทรีย์โดยใช้เทคนิค Spread plate และ pour plate

รูปที่ 2 แสดงการตรวจหาจำนวนจุลินทรีย์โดยใช้เทคนิค Membrane filtration

 

ด้วยเหตุผลทั้งดังกล่าว ทาง Merk Millipore ได้ทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคนิค Membrane filtration อันได้แก่

  1. EZ-Product Family: เป็นรุ่นแรกที่ถูกพัฒนาขึ้น ประกอบด้วย Pump Manifold (ที่มี 1-6 หัวกรอง) ชุดกรอง (funnel) และเครื่องจ่ายกระดาษกรอง
  2. Miliflex Oasis® Filtration System: เป็นรุ่นที่ 2 ทำการพัฒนาโดยรวม Pump และ Manifold ให้อยู่ในเครื่องเดียวกัน

ตัวเครื่องจะมาพร้อม 2 หัวกรอง และสามารถสั่งการทำงานพร้อมกันได้สูงสุดถึง 3 เครื่อง (6 หัวกรอง) ช่วยประหยัดเวลา

ชุดกรองและกระดาษกรอง ออกแบบมาให้อยู่ในรูป Touch-free membrane transfer จึงช่วยลดการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการ

  1. Milliflex® Quantum Rapid Detection: เป็นรุ่นล่าสุดที่พัฒนาขึ้นมาให้ใช้งานง่าย มีขั้นตอนการทำงานแค่ 3 ขั้นตอนเท่านั้น สามารถอ่านผลได้ภายใน 8 – 48 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับชนิดของจุลินทรีย์) เนื่องจากเอนไซน์ที่อยู่ในเซลล์ จะเปลี่ยนสีย้อมให้กลายเป็นสารเรืองแสง จึงทำให้สามารถคาดคะเนผลได้ก่อนที่จุลินทรีย์จะเจริญบนจานอาหาร

 

ลูกค้าสามารถเข้าไปเยี่ยมชมวิดีโอการทำงานของเครื่องได้จากลิงค์ด้านล่าง หรือหากลูกค้ามีความสนใจและมีความประสงค์รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์ สามารถติดต่อได้ที่บริษัท S.M. Chemical Supplies จำกัด

 

วิดีโอการทำงาน :

EZ-Product Family : https://www.youtube.com/watch?v=S8tlGco-3V0

Miliflex Oasis® Filtration System : https://www.youtube.com/watch?v=skomAPXp0rE

Milliflex® Quantum Rapid Detection : https://www.youtube.com/watch?v=8ZtNAkSfA28

                            

 

           

           

         

 
← BACK


TOP